มะละกอ ชื่อวิทยาศาสตร์: Carica papyya L. ชื่อวงศ์: CARICACEAE ชื่อสามัญ: Papaya. ชื่อท้องถิ่น: มะก๊วยเต็ด ก๊วยเท็ด
ลักษณะทั่วไปของมะละกอ สามารถเจริญเติบโ๋ตได้ดีในทุกสภาพภูมิอากาศ ดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง มีความเป็นกรดเป็นด่างอยู่ระหว่าง 6.0-6.8 มะละกอใช้ผลบริโภคทั้งผลดิบและผลสุกการเตรียมแปลงปลูกมะละกอ
มะละกอ เป็นพืชที่มีระบบรากลึกและกว้าง ทำหลุมปลูกระยะห่างระหว่างแถว 2-2.5 เมตร ระหว่างต้น 2 เมตร ตีหลุมลึก 0.5 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมี 15-15-15 อัตรา 1 ช้อนแกงต่อหลุม ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้ว ทับบนปุ๋ยเคมี นำต้นกล้ามะละกอ ลงปลูกในหลุมกลบโคนเล็กน้อยแล้วรดน้ำให้ชุ่ม หลังปลูกเสร็จให้ทำหลักเพื่อยึดลำต้นไม่ให้โยกขณะลมพัด
การดูแลรักษามะละกอ
- การใ้ห้ปุ๋ย
- ให้ปุ๋ย 15-15-15 หลุมละ 1 ช้อนแกง ทุก 30 วัน
- ให้ปุ๋ย 14-14-21 หลังติดดอกออกผลแล้ว อัตรา 1ช้อนแกง/ต้น/หลุม หรือจะใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์น้อยลงก็ได้ - การให้น้ำ เนื่องจากมะละกอเป็นพืชที่ต้องการน้ำน้อย แต่อย่าให้ขาดน้ำ เพราะจะทำให้ต้นแคระแกรน ไม่ติดดอกออกผล การให้น้ำอย่าให้มากเกินไป ถ้าน้ำท่วมขังนาน 1-2 วัน ต้นมะละกอจะเหลืองและตายในที่สุด
- การพรวนดินกำจัดวัชพืช ควรมีการพรวนดินกำจัดวัชพืชในช่วงแรก อย่าให้วัชพืชรบกวน
- การทำไม้หลัก เพื่อค้ำยันพยุงลำต้นไม่ให้ล้ม โดยเฉพาะช่วงติดผล
สรรพคุณ / ประโยชน์ของมะละกอ
ผลดิบมีสีเขียว เมื่อสุกแล้วเนื้อในจะมีสีเหลืองถึง ส้ม นิยมนำผลสดมากินสดและนำไปปรุงอาหารได้ด้วยมะละกอมีลำต้นตรงไม่มีกิ่งก้าน ลำต้นนิ่มมีสีเทา และมีร่องรอยของใบที่หลุดร่วงไป
ใบเป็นใบเดี่ยวมีแฉกลึก 5-9 แฉก ก้านใบยาว เรียงตัวแบบสลับเกาะกลุ่มอยู่ด้านบนสุดของลำต้น ภายในก้านใบและใบมียางเหนียวสีขาว
ช่อดอกเพศผู้มีก้านดอกยาว กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดยาว 1.5-2.5 เซนติเมตร ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5-2.5 เซนติเมตร เกสรเพศผู้มี 10 อัน ดอกเพศเมียก้านดอกสั้นหรือไม่มีก้านดอกเลย ดอกเพศเมียและดอกสมบูรณ์เพศออกเดี่ยวหรือ 2-3 ดอก กลีบดอก 5 กลีบ ดอกมีขนาดใหญ่กว่าดอกเพศผู้ มะละกอบางต้นอาจมีดอกเพียงเพศเดียว แต่บางต้นอาจมีดอกทั้งสองเพศก็ได้ ผลดิบมีเนื้อสีขาวอมเขียวมีน้ำยางสีขาวสะสมอยู่ที่เปลือก
ผลสุกมีเนื้อสีแดงส้ม เนื้อหนาอ่อนนุ่ม รสหวาน มีเมล็ดรูปไข่สีน้ำตาลดำผิวขรุขระมีถุงเมือกหุ้มจำนวนมาก
มะละกอเป็นไม้ผลที่คนไทยนิยมกิน ยอดอ่อนดองกินได้
ผลดิบนำมาปรุงอาหาร ใช้ปรุงส้มตำ แกงส้ม แกงเหลือง แกงอ่อม ผัดไข่ ต้มจิ้มน้ำพริก ผลสุกกินสด
น้ำมีรสชาติหวานหอม มีวิตามินเอและแคลเซียมสูง
มะละกอมาจากไหน?
มะละกอเป็นพืชท้องถิ่นของ ทวีปอเมริกากลางและใต้ มีหลักฐานว่า...ชาวพื้นเมืองแคริบเบียน ในเขตชายฝั่ง ประเทศปานามา และโคลัมเบีย
เป็นชนกลุ่มแรกที่ปลูกมะละกอกิน
ซึ่งชาวพื้นเมืองแคริบเบียนจะเรียกมะละกอเป็นภาษาพื้นเมืองว่า...อาบาบัย [ ababai ]
ภายหลังดินแดนแถบนี้ถูกชาวสเปนยึดเป็นอาณานิคมได้ในปี ค.ศ.1526
ชาวสเปนได้เรียกชื่อ อาบาบัย เพี้ยนเป็น ปาปาย่า [ papaya ]
และเป็นที่มาของชื่อปาปาย่า หรือ มะละกอ ในภาษาอังกฤษทุกวันนี้

และจากนั้นมะละกอก็ได้แพร่หลายเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดย...พ่อค้าชาวสเปน & โปรตุเกสนำเข้ามาในราว คริสต์ศตวรรษที่ 16 - 17
และมีการปลูกขยายพันธุ์จนแพร่หลาย ซึ่งสันนิษฐานกันว่า...
ไทยอาจได้พันธุ์ผลไม้ชนิดนี้มาจาก มะละกา [ มาเลเซีย ]จึงเป็นที่มาของคำว่า มะละกอ ในปัจจุบัน
พันธุ์ที่นิยมปลูก
ถึงแม้ว่ามะละกอจะมีมากมายหลายพันธุ์ แต่เนื่องจากมะละกอเป็นพืชที่มีความ ไว่ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม จึงมีอยู่ไม่กี่พันธุ์เท่านั้นที่เหมาะกับสภาพดินฟ้า อากาศของบ้านเรา คือ พันธุ์พื้นเมือง พันธุ์แขกดำ พันธุ์โกโก้ และพันธุ์สายน้ำผึ้ง
ขึ้นชื่อว่า "พรรณพืช" เป็นคำที่มีความหมายกว้างเหลือเกิน ทีแรกหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอย่างสงสัยใคร่รู้ว่าจะเล่าเรื่องต้นไม้บรรดามีบนแผ่นดินไทยเลยเชียวหรือ และจะเล่าเรื่องต้นไม้ในแง่มุมใดก็ยิ่งมีหลากหลายมุมยิ่งขึ้นไปอีก
แต่เพียงแค่ต้นไม้ 10 ชนิด ที่ ดร.สุรีย์ ภูมิภมร สืบสาวย้อนผ่านประวัติศาสตร์ไทยก็ชวนอ่านชวนติดตาม มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสร้างความสนุกปนแปลกใจ ต้นไม้บางชนิดแทบไม่น่าเชื่อว่ามีที่มาจากอีกซีกโลกหนึ่ง
ที่ทึ่งใจอย่างมากคือ มะละกอ ส่วนประกอบสำคัญของส้มตำ อาหารที่ขาดไม่ได้สำหรับบางคน ใครจะเชื่อว่ามะละกอเข้ามาในไทยไม่ถึง 200 ปี ที่คนสมัยกรุงศรีอยุธยาไม่เคยลิ้มรสมะละกอมาก่อน
มะละกอเดินทางมาแสนไกลจากทวีปอเมริกากลาง โดยกองทัพเรือสเปนและโปรตุเกสพกติดเรือมาปลูกแพร่พันธุ์ในเอเชีย หากไม่เคยทราบประวัติความเป็นมาของมะละกอ หลายคนคงเหมารวมว่ามะละกอเป็นพืชคู่สวนครัวไทยมาช้านานแต่โบราณ
ปัจจุบันไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ามะละกอกลายเป็นที่นิยมปลูกตามสวนหลังบ้าน เพราะเพียงแค่เมล็ดหล่นลงดิน แป๊บเดียวก็งอกเป็นต้นอย่างง่ายดาย เคล็ดลับในการปลูกมะละกอให้ได้ผลผลิตเยอะ ๆ ต้องเลือกต้นที่เป็นกะเทยคือ มีเกสรตัวผู้และตัวเมียบนต้นเดียวกัน เพราะนักวิทยาศาสตร์เขาศึกษาการถ่ายทอดลักษณะประจำพันธุ์มาอย่างดิบดี พบว่าต้นกะเทยจะติดผลมาก ให้ผลโต และคุณภาพดี
......
ต้นไม้ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับคนเราเพียงแค่เรื่องกิน แต่กินความหมายกว้างขวางไปถึงเรื่องจิตวิญญาณนั่นเชียว
ต้นโพธิ์ที่แผ่กิ่งก้านร่มเย็นบนลานวัด แค่นั่งพักใต้ร่มโพธิ์ก็ช่วยผ่อนคลายใจอย่างน่าประหลาดใจ
ใครจะเชื่อ(อีก)ว่า ต้นศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย ต้นไม้ที่พุทธศาสนิกชนดั้นด้นไปบูชากราบไหว้มานับกว่าสองพันปี เป็นต้นที่แตกหน่อมาจากต้นเดิมแล้วเติบโตทดแทนกันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ต้นศรีมหาโพธิ์จึงไม่ใช่แค่ต้นไม้ธรรมดา แต่ยังรับหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนามานับแต่สมัยพุทธกาล
เรื่องนี้มีที่มา สืบย้อนกลับไปสมัยพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ผู้เลื่อมใสพระพุทธเจ้าเดินทางมากราบไหว้พระศรีมหาโพธิ์ไม่ว่างเว้น จนถึงสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชได้ฟื้นฟูทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างดี จนไม่ค่อยสนพระทัยการหาความสุขส่วนตัวเหมือนแต่ก่อน เหล่านางสนมจึงโกรธแอบให้สาวใช้นำยาพิษไปรดพระศรีมหาโพธิ์จนตาย
พระเจ้าอโศกทรงเสียพระทัยมาก ทรงนอนคว่ำหน้าลงกราบไหว้(แบบธิเบต ไหว้นอนคว่ำหน้าราบกับพื้น)ไม่ยอมลุกขึ้น พระศรีมหาโพธิ์ได้แตกหน่อใหม่อีกครั้ง วิบากกรรมของพระศรีมหาโพธิ์เกิดขึ้นถึง 4 ครั้ง 4 ครา (กรุณาหาอ่านต่อเอาเอง)
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ผู้อ่านก็เกิดความระลึกในใจถึงหลักธรรมว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีเกิด ตั้งอยู่ และดับไปอย่างหลีกหนีไม่พ้น เหมือนพระศรีมหาโพธิ์ต้นนี้
เกร็ดความรู้เรื่องพรรณพืชอีกหลายชนิด ที่หากไม่มีใครบันทึกเก็บไว้ให้อ่าน(เล่น)แบบนี้ ไม่นานคงสูญหายไปเหลือแต่ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่บอกเฉพาะเรื่องสายพันธุ์ วิธีเพาะปลูก ผลผลิต ฯลฯ แต่ขาดชีวิตชีวาทางวัฒนธรรม ความเชื่อที่สัมพันธ์กับความเป็นอยู่ บางครั้งเลยไปถึงเรื่องพลังศรัทธาเหมือนพระศรีมหาโพธิ์
ส่วนประกอบของมะละกอ

น้ำ 86.4 เปอร์เซนต์
คาร์โบไฮเดรท 12.2 กรัม
โปรตีน 0.6 กรัม
ไขมัน 0.2 กรัม
พลังงาน 48.0 แคลลอรี่
เส้นใย 0.6 กรัม
เถ้า 0.6 กรัม
โปแตสเซียม 204.0 มิลลิกรัม
แคลเซียม 23.0 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 10.0 มิลลิกรัม
โซเดียม 3.0 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.7 มิลลิกรัม
วิตามินเอ 425.0 ไอ.ยู
วิตามินซี 89.0 มิลลิกรัม
ไทอามีน 0.03 มิลลิกรัม
ไนอาซี 0.40 มิลลิกรัม
โรโบเฟวิน 0.03 มิลลิกรัม
ส่วนประกอบของมะละกอ

น้ำ 86.4 เปอร์เซนต์
คาร์โบไฮเดรท 12.2 กรัม
โปรตีน 0.6 กรัม
ไขมัน 0.2 กรัม
พลังงาน 48.0 แคลลอรี่
เส้นใย 0.6 กรัม
เถ้า 0.6 กรัม
โปแตสเซียม 204.0 มิลลิกรัม
แคลเซียม 23.0 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 10.0 มิลลิกรัม
โซเดียม 3.0 มิลลิกรัม
เหล็ก 0.7 มิลลิกรัม
วิตามินเอ 425.0 ไอ.ยู
วิตามินซี 89.0 มิลลิกรัม
ไทอามีน 0.03 มิลลิกรัม
ไนอาซี 0.40 มิลลิกรัม
โรโบเฟวิน 0.03 มิลลิกรัม
ใครที่ไม่ชอบมะละกอควรเปลี่ยนใจมารับประทานได้แล้ว มะละกอมีคุณค่ามากมายดังได้กล่าวมาแล้ว ที่รอบ ๆ บ้านอย่าปล่อยให้ว่างเปล่า ลองปลูกมะละกอดูเล่น ๆ อาจจะได้มะละกอมารับประทานจริง ๆ ก็ได้ ถ้าใจร้อนก็เก็บผลดิบมาทำส้มตำก่อนก็ได้ หรือถ้าใจเย็นก็ปล่อยทิ้งไว้ให้สุก รับประทานเป็นผลไม้ หรือทำฟรุตสลัด ก็อร่อยมิใช่น้อยเลย ลองปลูกดูซิคะ แล้วคุณจะมีความสุขที่ได้เห็นต้นมะละกอของคุณเจริญเติบโต ออกดอกให้ผล ให้คุณได้ชื่นใจจริง ๆ
ลักษณะทั่วไป
มะละกอเป็นไม้ล้มลุก (บางครั้งอาจเข้าใจผิดว่าเป็นไม้ยืนต้น) ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว 5-9 แฉก เกาะกลุ่มอยู่ด้านบนสุดของลำต้น ภายในก้านใบและใบมียางเหนียวสีขาวอยู่ มะละกอบางต้นอาจมีดอกเพียงเพศเดียว แต่บางต้นอาจมีดอกได้ทั้งสองเพศก็ได้ ผลเป็นรูปรี อาจหนักได้ถึง 9 กิโลกรัม ผลดิบมีสีเขียว และมีน้ำยางสีขาวสะสมอยู่ที่เปลือก ส่วนผลสุก เนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม มีเมล็ดสีดำเล็ก ๆ อยู่ภายในกินไม่ได้
เทคโนโลยีการเกษตร
เดิมพ่อแม่ของคุณสมบัติอยู่ที่จังหวัดนครนายก แต่เนื่องจากที่จังหวัดปราจีนบุรี แถบอำเภอวังน้ำเย็น เป็นป่าที่เปิดใหม่ มีไร่นากว้าง ที่ดินราคาไม่แพง บางแห่งซื้อราคาถูกๆ ไร่ละ 500-1,000 บาท จำนวน 10-20 ไร่ หากขยันก็บุกเบิกได้เพิ่มเติมอีก ครอบครัวเขาจึงย้ายมาปักหลักอยู่บ้านเลขที่ 7/1 หมู่ที่ 3 ตำบลพระเพลิง อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เมื่อก่อนสถานที่แห่งนี้ ขึ้นกับอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดปราจีนบุรี
คุณสมบัติ คำแดง บอกว่า ตนเองย้ายมาอยู่ที่เขาฉกรรจ์ ตั้งแต่อายุได้ 6 ปี ปัจจุบัน ปี 2554 อายุได้ 38 ปี
อาชีพที่พ่อแม่ของคุณสมบัติทำและตกทอดมายังคุณสมบัติคือ ทำนา ทำไร่
เมื่อปี 2536 คุณสมบัติเห็นคนที่จันทบุรี ปลูกมะละกอแล้วมีรายได้ดี จึงอยากทำบ้าง เขาซื้อเมล็ดมะละกอมาปลูกในพื้นที่ 3 ไร่ ปลูกแล้วเห็นเงิน จึงขยายเพิ่มเรื่อยๆ บางคราวปลูกมากถึง 20 ไร่ เมื่อมีผลผลิต แรกๆ มีคนมาซื้อ ต่อมาเขานำไปขายเองที่ตลาดไท ขณะเดียวกันก็ซื้อของคนอื่น ที่เรียกว่า "ลูกสวน"
ลักษณะทั่วไป
มะละกอเป็นไม้ล้มลุก (บางครั้งอาจเข้าใจผิดว่าเป็นไม้ยืนต้น) ใบมีลักษณะเป็นใบเดี่ยว 5-9 แฉก เกาะกลุ่มอยู่ด้านบนสุดของลำต้น ภายในก้านใบและใบมียางเหนียวสีขาวอยู่ มะละกอบางต้นอาจมีดอกเพียงเพศเดียว แต่บางต้นอาจมีดอกได้ทั้งสองเพศก็ได้ ผลเป็นรูปรี อาจหนักได้ถึง 9 กิโลกรัม ผลดิบมีสีเขียว และมีน้ำยางสีขาวสะสมอยู่ที่เปลือก ส่วนผลสุก เนื้อในจะมีสีเหลืองถึงส้ม มีเมล็ดสีดำเล็ก ๆ อยู่ภายในกินไม่ได้
เทคโนโลยีการเกษตร
เดิมพ่อแม่ของคุณสมบัติอยู่ที่จังหวัดนครนายก แต่เนื่องจากที่จังหวัดปราจีนบุรี แถบอำเภอวังน้ำเย็น เป็นป่าที่เปิดใหม่ มีไร่นากว้าง ที่ดินราคาไม่แพง บางแห่งซื้อราคาถูกๆ ไร่ละ 500-1,000 บาท จำนวน 10-20 ไร่ หากขยันก็บุกเบิกได้เพิ่มเติมอีก ครอบครัวเขาจึงย้ายมาปักหลักอยู่บ้านเลขที่ 7/1 หมู่ที่ 3 ตำบลพระเพลิง อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เมื่อก่อนสถานที่แห่งนี้ ขึ้นกับอำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดปราจีนบุรี
คุณสมบัติ คำแดง บอกว่า ตนเองย้ายมาอยู่ที่เขาฉกรรจ์ ตั้งแต่อายุได้ 6 ปี ปัจจุบัน ปี 2554 อายุได้ 38 ปี
อาชีพที่พ่อแม่ของคุณสมบัติทำและตกทอดมายังคุณสมบัติคือ ทำนา ทำไร่
เมื่อปี 2536 คุณสมบัติเห็นคนที่จันทบุรี ปลูกมะละกอแล้วมีรายได้ดี จึงอยากทำบ้าง เขาซื้อเมล็ดมะละกอมาปลูกในพื้นที่ 3 ไร่ ปลูกแล้วเห็นเงิน จึงขยายเพิ่มเรื่อยๆ บางคราวปลูกมากถึง 20 ไร่ เมื่อมีผลผลิต แรกๆ มีคนมาซื้อ ต่อมาเขานำไปขายเองที่ตลาดไท ขณะเดียวกันก็ซื้อของคนอื่น ที่เรียกว่า "ลูกสวน"


น่าสนใจนะแล้วก้อ เอ่อ แบบว่าน่าร๊ากอ่ะ
ตอบลบ